Blackjack

เมื่อพูดถึงเกมไพ่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก แบล็คแจ็คจะเป็นเกมไพ่ที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงเป็นชื่อแรก ๆ ด้วยรูปแบบเกมที่ใช้ไพ่ในการเล่นในช่วงเริ่มเกมแค่ 2 ใบ แต่หลังจากนั้นสามารถจั่วไพ่ได้อีกกี่ครั้งก็ได้ ไม่จำกัด แต่ระวังอย่าให้แต้มเกิน 21 ล่ะ

กติกาเกม Blackjack

แบล็คแจ็ค เป็นเกมไพ่ที่ผู้ทำ 21 แต้มได้จะเป็นฝ่ายชนะในเกมนั้น โดยในช่วงเริ่มเกมดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้กับผู้เล่น 2 ใบ ซึ่งผู้เล่นสามารถทำ 21 แต้มได้ตั้งแต่ตอนนั้น แต่ถ้าแต้มยังไม่ถึงก็สามารถเรียกไพ่เพิ่มได้ทีละ 1 ใบ จนกว่าจะพอใจ โดยต้องระวังอยู่เรื่องนึงคือห้ามให้แต้มเกิน 21 เด็ดขาด เพราะจะถือว่าแพ้เกมนั้นทันที
การนับแต้มในแบล็คแจ็ค สำหรับไพ่ 2 ถึง 10 สามารถนับแต้มได้ตามตัวเลขเลย ส่วนไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับสิบแต้มเท่ากันทั้งหมด มีเพียงไพ่ A ใบเดียวที่พิเศษกว่าไพ่อื่น ๆ คือมันสามารถนับแต้มได้ 1 หรือ 11 ก็ได้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในตอนนั้น
ตัวอย่างการนับแต้มในเกมนี้ สมมุติเปิดไพ่ 2 ใบแรกได้ K+A ก็จะเท่ากับ 21 แต้ม ถือเป็น Natural Blackjack และเมื่อชนะจะได้รับเงินจากตานั้นในอัตราจ่ายแทง 2 ได้ 3

วิธีการเล่น

– เริ่มจากเลือกมูลค่าชิปที่จะใช้ลงเดิมพันในเกมนี้ เสร็จแล้วคลิกเพื่อวางชิปลงในช่องวงกลมที่ว่างอยู่ ซึ่งผู้เล่นสามารถวางชิปได้มากกว่า 1 ตำแหน่ง
– หลังจากนั้นผู้เล่นสามารถให้ระบบทำการแจกไพ่ได้ทันที โดยการคลิกที่ Deal ดีลเลอร์ก็จะแจกไพ่ให้กับผู้เล่น 2 ใบ โดยจะเริ่มแจกผู้เล่นก่อนแล้วกลับไปแจกที่ดีลเลอร์เป็นคนสุดท้าย
– เราจะได้ทราบว่าแต้มไพ่ 2 ใบแรกนั้นได้กี่แต้ม จากนั้นจึงตัดสินใจอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยมีตัวเลือกดังนี้
1. Stand พอใจกับแต้มไพ่แล้ว ไม่ขอเรียกไพ่เพิ่ม
2. Hit เรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ
3. Split แยกไพ่เป็นสองมือ (ใช้ในกรณีที่ได้ไพ่คู่ เช่น AA 77)
4. Double เพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่า พร้อมกับเรียกไพ่เพิ่มอีก 1 ใบ
5. Insurance หากไพ่ที่ดีลเลอร์เปิดออกมา 1 ใบเป็นไพ่ A สามารถใช้คำสั่งนี้แล้วลุ้นให้ดีลเลอร์ได้ 21 แต้ม จะทำให้ผู้เล่นได้เงินจากเกมนั้น